ประวัติโรงเรียน
ปี พ.ศ. 2503 โรงเรียนวัดบ้านโป่ง“สามัคคีคุณูปถัมภ์” ได้เปิดทำการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2503 โดยพระครูวิจิตรธรรมรส อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่ง และเจ้าคณะอำเภอบ้านโป่ง ท่านมีจิตอันเป็นกุศลในด้านวิทยาทานเป็นอย่างสูงที่เห็นเยาวชนที่ไม่มีที่เรียน จึงได้ขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนราษฎร์ขึ้นในวัด เพื่อเป็นการกุศลให้ผู้มีฐานะยากจน โดยใช้ตึกซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่เรียนของพระภิกษุสามเณรเป็นสถานที่เรียน ขออนุญาตเปิดสอนระดับชั้นมัธยมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 3 (ป.5–ป.7) โดยใช้อาคารปริยัติธรรมตึกสามัคคีคุณูปถัมภ์ของวัดเป็นอาคารเรียนชื่อโรงเรียนสามัคคีคุณูปถัมภ์ และให้ นายผาด มีดวง ไวยาวัจกรของวัด เป็นผู้แทนเจ้าของกิจการ นายสมบูรณ์ สุคันธสรรพ์ เป็นผู้จัดการ และครูใหญ่ มีจำนวนนักเรียน 143 คน ครู 5 คน

ปี พ.ศ. 2504 โรงเรียนขออนุญาตขยายชั้นเรียน โดยขอเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 6 (ป.1 – ม.ศ.3) มีจำนวนนักเรียน 395 คน ครู 15 คน

ปี พ.ศ. 2505 นายสมบูรณ์ สุคนธสรรพ์ ขอลาออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่ง และได้ขอแต่งตั้ง นายสุรศิลป์ สุวดินทร์กูร รับหน้าที่เป็นผู้จัดการและครูใหญ่แทน และได้เปิดสอนวิชาภาษาอังกฤษ ในระดับชั้นประถมปีที่ 1 –4 เป็นวิชาหลักสูตรเทียบ และขอขยายห้องเรียนโดยสร้างอาคารใหม่ อีก 1 หลัง 12 ห้องเรียน หลังคามุงสังกะสี และสร้างโรงอาหารขนาดเล็ก มีจำนวนนักเรียน 487 คน ครู 20 คน

ปี พ.ศ. 2506 การบริหารมาจากวัดจึงได้ทำการขออนุญาตทำเรื่องขอโอนโรงเรียนให้เป็นนิติบุคคลวัดบ้านโป่ง ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พ.ศ. 2497 และได้รับอนุญาตให้เป็นโรงเรียนนิติบุคคลวัดบ้านโป่งในชื่อใหม่ว่าโรงเรียนวัดบ้านโป่ง“สามัคคีคุณูปถัมภ์” ใบอนุญาตที่ 6/2506 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2506 โดยมีพระครูวิจิตรธรรมรสลงนาม เป็นเจ้าของแทนวัดบ้านโป่ง มีนายสุรศิลป์ สุวดินทร์กูร เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ มีจำนวนนักเรียน 493 คน ครู 20 คน

ปี พ.ศ. 2511 โรงเรียนได้สร้างอาคารกึ่งถาวรขึ้น 1 หลัง เพื่อเป็นอาคารเรียน มีจำนวนนักเรียน 730 คน ครู 26 คน

ปี พ.ศ. 2512 พระครูวิจิตรธรรมรสเจ้าของโรงเรียนได้ขออนุญาตสร้างอาคารตึก 2 ชั้น 1 หลัง มี 15 ห้องเรียน (อาคารสุดใจสามัคคี) มีจำนวนนักเรียน 989 คน ครู 37 คน

ปี พ.ศ. 2513 พระครูวิจิตรธรรมรสให้สถาปนิกออกแบบสร้างตึก 2 ชั้น 10 ห้องเรียน กองช่างกรมสามัญศึกษาอนุญาตให้ก่อสร้างได้ตามแบบแปลนและรายการที่เสนอ และให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน (อาคารวิทยาคารสงเคราะห์) มีจำนวนนักเรียน 1,059 คน ครู 43 คน

ปี พ.ศ. 2517 นายสุรศิลป์ สุวดินทร์กูร ได้ลาออกจากหน้าที่ทุกตำแหน่ง ผู้รับใบอนุญาตจึงได้แต่งตั้งให้นายเล็ก เทพประทุน เป็นผู้จัดการและครูใหญ่ มีจำนวนนักเรียน 1,257 คน ครู 48 คน

ปี พ.ศ. 2518 โรงเรียนสร้างหอประชุมเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก มีจำนวนนักเรียน 1,191 คน ครู 48 คน

ปี พ.ศ. 2519 พระครูวิจิตรธรรมรสผู้รับใบอนุญาตได้เสนอต่อทางราชการขอโอนตึกสุดใจสามัคคีใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านโป่งบริหารธุรกิจเทคโนโลยี และนายเล็ก เทพประทุน ลาออก จากตำแหน่งครูใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2519 ขอรับหน้าที่ตำแหน่งผู้จัดการตำแหน่งเดียวผู้รับใบอนุญาตได้เสนอแต่งตั้งให้ นายซ้อน พลนิรันดร์ ทำหน้าที่ครูใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2519 มีจำนวนนักเรียน 911 คน ครู 39 คน

ปี พ.ศ. 2520 นายเล็ก เทพประทุน ลาออกจากโรงเรียน ผู้รับใบอนุญาตได้เสนอแต่งตั้ง นายสนิท ชมสุวรรณ เป็นผู้จัดการ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2520 และต่อมา นายซ้อน พลนิรันดร์ ขอลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2520 ผู้รับใบอนุญาตได้เสนอแต่งตั้ง นายเพี้ยน เจริญรักษา เป็นครูใหญ่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2520 มีจำนวนนักเรียน 925 คน ครู 39 คน

ปี พ.ศ. 2521 นายเพี้ยน เจริญรักษา ครูใหญ่ลาออกจากโรงเรียน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2521 ผู้รับใบอนุญาตได้เสนอแต่งตั้งให้นายภูมินทร์ ปานมา เป็นครูใหญ่ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2521 มีจำนวนนักเรียน 829 คน ครู 39 คน

ปี พ.ศ. 2522 อาคารเรียนชั่วคราวหลังไม้ใต้ถุนสูงมีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก ผู้รับใบอนุญาต ได้ขออนุญาตรื้อออก และขออนุญาตสร้างตึกอาคารใหม่ (อาคาร ม.ล.วิโรจน์–เตือนใจ สนิทวงศ์ สามัคคี 2522) โดยมี พณฯดร.ก่อ สวัสดิพานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิด เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2523 มีจำนวนนักเรียน 1,016 คน ครู 45 คน

ปี พ.ศ. 2523 เจ้าของโรงเรียนได้ขออนุญาตรื้ออาคารไม้ชั้นเดียวออก เพื่อทำการก่อสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ได้ขออนุญาตก่อสร้างและวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2523 โดยมี พณฯ ดร.ก่อ สวัสดิพานิช รมว.กระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2523 เป็นอาคารเรียนขนาด 10 ห้องเรียน (อาคารหอม จันทร์สำราญ สามัคคี 2523) มีจำนวนนักเรียน 1,128 คน ครู 45 คน

ปี พ.ศ. 2525 โรงเรียนมีการประชุมโดยมีนโยบายปรับเปลี่ยนผู้บริหารทุก 2 ปี นายภูมินทร์ ปานมา ขอลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ให้คณะครูได้ทำการคัดเลือก โดยการลงคะแนนผู้ที่ได้รับการคัดเลือก นายทองเจือ ขอนแก่น ได้รับเลือกให้เป็นครูใหญ่ ผู้รับใบอนุญาตจึงเสนอแต่งตั้งให้นายทองเจือ ขอนแก่น เป็นครูใหญ่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2525 มีจำนวนนักเรียน 1,208 คน ครู 51 คน

ปี พ.ศ. 2527 นายทองเจือ ขอนแก่น ขอลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ ขอทำหน้าที่ครูผู้สอน อย่างเดียว ผู้รับใบอนุญาตจึงได้เสนอแต่งตั้งนายภูมินทร์ ปานมา เป็นครูใหญ่ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2527 มีจำนวนนักเรียน 1,156 คน ครู 43 คน

ปี พ.ศ. 2529 พระครูวิจิตรธรรมรสผู้รับใบอนุญาตได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2529 ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้พระครูวิโรจน์ธรรมาภรณ์ รองเจ้าอาวาสและรองเจ้าคณะอำเภอบ้านโป่ง เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่ง ทางโรงเรียนจึงรายงานอนุญาตแต่งตั้งให้พระครูวิโรจน์ธรรมาภรณ์ หรือปัจจุบันเป็นพระพิศาลพัฒนโสภณ เป็นผู้รับใบอนุญาตแทน มีจำนวนนักเรียน 881 คน ครู 44 คน

ปี พ.ศ. 2530 นายสนิท ชมสุวรรณ ขอลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการ ผู้รับใบอนุญาตจึงรับเป็นผู้จัดการอีกตำแหน่งหนึ่ง มีจำนวนนักเรียน 824 คน ครู 44 คน

ปี พ.ศ. 2531 พระครูพิทักษ์โลณภูมิ (นามเดิมพระครูวิโรจน์ธรรมมาภรณ์) ผู้รับใบอนุญาต และผู้จัดการขอลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทำหน้าที่ผู้รับใบอนุญาตอย่างเดียว และได้แต่งตั้ง พระประสิทธิ์ บัวครอง เป็นผู้จัดการ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2531 และวันที่ 30 มิถุนายน 2531 นายภูมินทร์ ปานมา ขอลาออกจากโรงเรียน ผู้รับใบอนุญาตจึงขอเสนอแต่งตั้ง นายวิชัย ภักติวงศ์ เป็นครูใหญ่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 มีจำนวนนักเรียน 731 คน ครู 39 คน

ปี พ.ศ. 2532 โรงเรียนได้รับความเชื่อถือจากผู้ปกครองมากขึ้น โดยการนำบุตรหลานมา เข้าเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิม มีจำนวนนักเรียน 846 คน ครู 40 คน

ปี พ.ศ. 2533 โรงเรียนได้ขออนุญาตขยายชั้นเรียน โดยขออนุญาตเปิดชั้นเรียนในระดับอนุบาล 1 – 3 รับเด็กที่มีอายุ 3 ขวบขึ้นไป มีจำนวนนักเรียน 920 คน ครู 42 คน

ปี พ.ศ.2535 โรงเรียนได้ทำการบูรณะซ่อมแซมอาคารสามัคคีคุณูปถัมภ์ ซึ่งเป็นอาคาร หลังแรกมีสภาพเก่าแก่มีสภาพชำรุดมาก และได้ทาสีอาคารวิทยาคารสงเคราะห์ อาคารหม่อมหลวงวิโรจน์–เตือนใจ สนิทวงศ์ อาคารหอมจันทร์สำราญ และโรงเรียนได้จัดซื้อเครื่องดนตรีจำนวน 55 ชิ้น เพื่อใช้ทำ การเรียนการสอนและส่งเสริมความสามารถของนักเรียน ได้จัดตั้งวงโยธวาทิตของโรงเรียน โดยทางโรงเรียน ได้จ้างนักดนตรีมืออาชีพมาฝึกสอน มีจำนวนนักเรียน 1,189 คน ครู 42 คน

ปี พ.ศ. 2536 มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 1,268 คน ครู 42 คน

ปี พ.ศ. 2537 มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 1,349 คน ครู 43 คน 

ปี พ.ศ. 2538 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ๒๕๓๘ นายวิชัย ภักติวงษ์ ครูใหญ่ได้ลาออกจากโรงเรียน ผู้รับใบอนุญาตจึงได้เสนอแต่งตั้งให้ นางสาวอาภารัตน์ เชาว์ฉลาด เป็นครูใหญ่ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2538 ในปีนี้มีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 1,462 คน ทำให้ห้องเรียนไม่เพียงพอทางคณะผู้บริหารและคณะกรรมการโรงเรียนมีความเห็นตรงกันให้สร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้นอีก 1 หลัง จำนวน 10 ห้องเรียน 

ปี พ.ศ. 2539 มีจำนวนนักเรียน 1,674 คน ครู 56 คน

ปี พ.ศ. 2540 โรงเรียนได้สร้างอาคารเรียนชั่วคราว เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว 6ห้องเรียน เพื่อให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน และโรงเรียนมีการประเมินจากหน่วยงานภายนอกโดยหลักการประเมิน 7 ปัจจัย มีนักเรียน 1,806 คน มีครู 83 คน

ปี พ.ศ. 2541 คณะผู้บริหารและกรรมการโรงเรียนได้สร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้นอีก 2 ห้องเรียน บริเวณหลังอาคารวิทยาคารสงเคราะห์ให้เป็นที่เรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีจำนวนนักเรียน 1,942 คน ครู 83 คน (ปัจจุบันได้ขออนุญาตรื้อถอนและขออนุญาตสร้างเป็นอาคารถาวรคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น ขึ้นแทน)

ปี พ.ศ. 2542 โรงเรียนสร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง 4 ชั้น 32 ห้องเรียน เพื่อเตรียมรองรับจำนวนนักเรียนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 2,040 คน ครู 84 คน

ปี พ.ศ. 2544 นางสาวอาภารัตน์ เชาว์ฉลาด ลาออกจากครูใหญ่ ผู้รับใบอนุญาตจึงได้แต่งตั้งนายระยอง จันทร์เพ็ญ เป็นครูใหญ่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 มีจำนวนนักเรียน 2,301คน ครู 103 คน

ปี พ.ศ. 2545 อาคารเรียน 4 ชั้น 32 ห้องเรียน (อาคารวิจิตรธรรมรส 88 ) ได้สร้างแล้วเสร็จ และเริ่มมีการเรียนในปี 2545 โดยใช้เป็นอาคารเรียนในระดับมัธยมศึกษา และมีโครงการขอขยายชั้นเรียน ม.4–ม.6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 105 คน เปิดสอนแผนวิทย์-คณิตและแผนศิลป์คำนวณ มีจำนวนนักเรียน 2,652คน ครู 111 คน

ปี พ.ศ. 2545 โรงเรียนได้มีการสร้างอาคารแบบ ค.ส.ล แบบพิเศษ 5 ชั้น 32 ห้องเรียน (อาคารวิจิตรธรรมรส 92) เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนในระดับประถมศึกษา และเริ่มมีการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 1 จาก สมศ. และผ่านการประเมินรอบแรก 

ปี พ.ศ. 2546 โรงเรียนมีอาคารเรียน 5 หลัง อาคารประกอบ 3 หลัง มีห้องเรียนประกอบการ15 ห้อง จำนวนนักเรียน 2,782 คน โรงเรียนขอเปิดให้นักเรียนได้เรียนนักศึกษาวิชาทหาร (ร.ด) มีนักเรียนสมัครเรียน 13 คน และทางโรงเรียนได้ดำเนินการก่อสร้างอาคาร 5 ชั้น (อาคารวิจิตรธรรมรส 92)

ปี พ.ศ. 2547 โรงเรียนได้ขออนุญาตใช้อาคารวิจิตรธรรมรส 92 เป็นห้องเรียน 21 ห้อง และโรงเรียนได้ปรับปรุงอาคารเรียนให้เหมาะสมและปลอดภัยแก่นักเรียนโดยจัดทำหน้าต่างกระจกกันระเบียง ทั้ง 5 ชั้น ปรับปรุงบริเวณสนามของโรงเรียนเป็นสนามคอนกรีตเสริมเหล็ก มีจำนวนนักเรียน 2,865คน ครู 135 คน

ปี พ.ศ. 2548 โรงเรียนมีการปรับปรุงระบบการบริหารและจัดโครงสร้างในการบริหารใหม่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเริ่มดำเนินการตามแผนพัฒนาสถานศึกษาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2548–2551) มีจำนวนนักเรียน 2,959 คน ครู 136 คน

ปี พ.ศ. 2549นายระยอง จันทร์เพ็ญ ครูใหญ่ได้ลาออกไปประกอบอาชีพอื่น ผู้รับใบอนุญาตจึงได้แต่งตั้ง นายนภาเดช บุญเชิดชู เป็นครูใหญ่ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 เพื่อบริหารงานโรงเรียนต่อไปในปีการศึกษานี้มีการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกจาก
สมศ. รอบ 2ซึ่งทางโรงเรียนได้รับการรับรองคุณภาพ มีจำนวนนักเรียน 3054คน ครู 138คน

ปี พ.ศ.2550โรงเรียนมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 3,141คน ครู 138คน ในปีนี้โรงเรียน ได้ขออนุญาตสร้างอาคารคอนกรีตขนาด 9 x12 เมตร แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 โดยใช้ชื่อว่าอาคารวิจิตรสามัคคี 49 มีจำนวนนักเรียน 3,277คน ครู 138คน

ปี พ.ศ. 2551 โรงเรียนมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 3,478 คน ครู 141 คน ในปีนี้โรงเรียนได้เริ่มใช้แผนพัฒนาโรงเรียนระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2551 – 2553) โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 โรงเรียนได้จัดตั้งธนาคารโรงเรียน โดยความร่วมมือกับธนาคารออมสิน และในวันเดียวกันนั้นได้ทำพิธีได้เปิดสวนหนังสือเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านและเป็นที่พักผ่อนของนักเรียน ได้พัฒนาห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E–Library) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้นอกเหนือจากในห้องเรียน โดยมีคอมพิวเตอร์ จำนวน 40 เครื่อง

ปี พ.ศ. 2552 ได้ปรับปรุงและพัฒนาห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์จำนวน 4 ห้อง สร้างศูนย์การเรียนรู้สุดใจสามัคคี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา มีคอมพิวเตอร์จำนวน 650 เครื่อง สำหรับให้นักเรียนค้นคว้าหาข้อมูลและจัดการเรียนการสอน มีจำนวนนักเรียน 3,457 คน ครู 143 คน

ปี พ.ศ. 2553 โรงเรียนได้ขยายชั้นเรียนโดยเพิ่มชั้นเตรียมอนุบาล รับนักเรียนตั้งแต่อายุ 2 ขวบ จัดทำห้องศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง (self learning Center) จำนวน 1 ห้อง มีคอมพิวเตอร์จำนวน 20 เครื่อง สำหรับให้นักเรียนและครูใช้ค้นคว้าข้อมูล มีจำนวนนักเรียน 3,509คน ครู 143คน

ปี พ.ศ. 2554มีการปรับปรุงห้องน้ำระดับปฐมวัยปรับสภาพห้องเรียนของระดับปฐมวัยให้เหมาะสมต่อการจัดประสบการณ์การเรียนการสอนในระดับปฐมวัย จำนวนนักเรียน 3,579 คน ครู 127 คน จำนวนครูประจำลดลง เนื่องจากการเปิดสอบบรรจุครูในภาครัฐ โรงเรียนใช้ระบบจ้างครูพิเศษสอนให้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย

ปี พ.ศ. 2555 โรงเรียนมีการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกรอบสาม โดย สมศ. ผลการประเมินระดับปฐมวัยได้ระดับ ดีมาก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ระดับ ดี มีการปรับปรุงห้องเรียนอาคารมล.วิโรจน์ เตือนใจ สนิทวงศ์ จาก 12 ห้องเรียนเป็น 9 ห้องเรียน มีการทำบุญครบรอบ 100 ปี พระครูวิจิตรธรรมรส และครบรอบ 80 ปี พระพิศาลพัฒนโสภณผู้รับใบอนุญาต มีจำนวนนักเรียน 3,401 คน ครู 136 คน

ปี พ.ศ. 2556 โรงเรียนได้รับอนุญาตให้ใช้อาคารอนุสรณ์ 50 ปี สามัคคี มีการเรียนการสอนภาษาจีนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ต่อมานายนภาเดช บุญเชิดชู ขอลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการและครู เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ผู้รับใบอนุญาตได้เสนอแต่งตั้งให้ นางพัชราภรณ์ ริปุฤทธิชัย รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิชาการ เป็นผู้อำนวยการ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 และขยายการสอนภาษาจีนในระดับมัธยมศึกษา ในปีการศึกษา 2556 มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สอบได้คณะอักษรศาสตร์
มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกภาษาอังกฤษ จำนวนนักเรียน 3,484 คน ครู 134 คน

ปี พ.ศ. 2557 โรงเรียนได้ประชุมกรรมการสถานศึกษาและปรึกษาเกี่ยวกับการสร้างโดมคลุมสนามขนาดความกว้างยาว 60 × 60 เมตร เพื่อสะดวกในการเข้าแถวตอนเช้าและทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยตั้งงบประมาณ อยู่ที่ 12 ล้านบาท และในปีการศึกษานี้ทางโรงเรียนได้ส่งนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 การแข่งขันร้องเต้นเพลงลูกทุ่งชิงช้าสวรรค์ประถมคอนเทสต์ ประจำปี พุทธศักราช 2557 ได้รางวัลชนะเลิศ แชมป์ประจำเทอม 4 ปีที่ 3 และสุดยอดแชมป์เยาวชนชิงช้าสวรรค์ประถมคอนเทสต์ ปีที่ 3 ของ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด
(มหาชน) นอกจากนี้โรงเรียนมีการปรับและพัฒนาด้านการเรียนการสอน ทุกระดับชั้นเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียน ในปีการศึกษา 2557 มีนักเรียนสอบติดคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 1 คน จำนวนนักเรียน 3,415 คน ครู 123 คน

ปี พ.ศ. 2558 โรงเรียนได้พัฒนาตลอดเวลาโดยได้สร้างโดมคลุมสนามแล้วเสร็จด้วยงบประมาณ 12 ล้านบาทเศษ และในปีเดียวกันนี้ทางโรงเรียนได้สูญเสียผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียน 2 รูป รูปที่ 1 พระพิศาลพัฒนโสภณ ผู้รับใบอนุญาต เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 รูปที่ 2 พระประสิทธิ์ บัวครอง ผู้จัดการเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 และได้อาศัยอำนาจตามความในข้อ 27 แห่งกฎมหาเถระสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วย การถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงได้แต่งตั้งให้พระครูสุธีปริยัติวิธาน วิทยฐานะ ป.ธ.6 น.ธ.เอก เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่ง และเป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดบ้านโป่ง “สามัคคีคุณูปถัมภ์” และพระมหาทวีศักดิ์ คุณธมฺโม (สระทองล้อม) ป.ธ.7 น.ธ.เอก พุทธศาสตรมหาบัญฑิต (พธ.ม) เป็นผู้จัดการ จำนวนนักเรียน 3,399 คน ครูและบุคลากร 123 คน

ปี พ.ศ. 2559 โรงเรียนได้จัดทำห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้เรียนฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เพิ่มอีก 2 ห้อง ชั้น 2 ตึกอนุสรณ์ 50 ปี สามัคคี พร้อมกันนี้โรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ตึก 4 ชั้น โดยมีวัตถุประสงค์จัดทำเป็นโรงอาหารในชั้นที่ 1-2 และทำกิจกรรมหรือห้องประกอบการอื่นในชั้นที่ 3-4 โดยได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนจากคุณสมบัติ คุณนภา วิษณุไวศยาวาท ผู้จัดการบริษัทโซล่าแอสฟัสท์ จำกัด สร้างให้ในวงเงิน 15 ล้านบาท จำนวนนักเรียน 3,350 ครูและบุคลากร 159 คน ในปีนี้ ทางโรงเรียนร่วมกับวัดบ้านโป่ง ได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพพระพิศาลพัฒนโสภณ อดีตผู้รับใบอนุญาตโรงเรียน และเจ้าอาวาสวัดบ้านโป่ง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2559

ปี พ.ศ. 2560 โรงเรียนได้รับการขอใช้สถานที่จากหน่วยงานราชการที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง โดยขอใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีวางดอกไม้จันทน์ในพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิธ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 กิจกรรมของโรงเรียนได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมประกวดรายการโมเดิร์นไนการ์ตูน พลังเล็กเปลี่ยนโลก ปี 5 ภายใต้แนวคิดสิ่งประดิษฐ์คิดแบบไทย..ไปอินเตอร์ จนได้รับรางวัลเป็นผู้นำเสนอผลงานยอดเยี่ยมและรางวัลความคิดสร้างสรรค์ดีเด่น ได้รับรางวัลให้เดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 7 วัน และในปีการศึกษานี้โรงเรียนได้ขออนุญาตขยายห้องเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพิ่มอีก 1 ห้อง เดิมมี 5 ห้อง เป็น 6 ห้อง คือ ป.4/6 จำนวนนักเรียนทุกระดับชั้นมีจำนวน 3,383 คน ครูและบุคลากร 168 คน

ปี พ.ศ. 2561 โรงเรียนได้ขออนุญาตเพิ่ม/ลดห้องเรียน ลดห้องเรียนระดับก่อนประถมศึกษา จากเดิม มีจำนวน 17 ห้องเรียน ลดเหลือ จำนวน 16 ห้องเรียน และเพิ่มห้องเรียนระดับประถมศึกษา จากเดิม มีจำนวน 34 ห้องเรียน เป็นจำนวน 35 ห้องเรียน ต่อไปโรงเรียนจะมีห้องเรียน จำนวน 86 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทุกระดับชั้นมีจำนวน 3,430 คน ครูและบุคลากร 157 คน

ปี พ.ศ. 2562 โรงเรียนได้ขออนุญาตเพิ่ม/ลดห้องเรียน ลดห้องเรียนระดับก่อนประถมศึกษา จากเดิม มีจำนวน 16 ห้องเรียน ลดเหลือ จำนวน 15 ห้องเรียน และเพิ่มห้องเรียนระดับประถมศึกษา จากเดิม มีจำนวน 35 ห้องเรียน เป็นจำนวน 36 ห้องเรียน ต่อไปโรงเรียนจะมีห้องเรียน จำนวน 86 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทุกระดับชั้นมีจำนวน 3,410 คน ครูและบุคลากร 158 คน